แชร์

ไทยคือการลงทุนอสังหาฯ หรูที่ดีที่สุดในเอเชีย? (2025–2030)

อัพเดทล่าสุด: 29 พ.ย. 2025
144 ผู้เข้าชม

ทำไมประเทศไทยจึงกลายเป็นตลาดอสังหาริมทรัพย์หรูที่น่าลงทุนที่สุดในเอเชีย?


เมื่อเทียบกับสิงคโปร์ ฮ่องกง และบาหลี 
 
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังปรับตัวเร็วที่สุดในรอบทศวรรษ นักลงทุนระดับ Global UHNW เริ่มหันกลับมาดู Value Market ที่ยังมี Upside เหลืออยู่จริง โดยหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดคือประเทศไทย ซึ่งถูกจัดอันดับเป็น Luxury Lifestyle Hub แห่งเอเชียจากนักวิเคราะห์หลายสำนัก

เพราะอะไรประเทศไทยจึงโดดเด่น?

และเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สิงคโปร์ (Singapore), ฮ่องกง (Hong Kong) และบาหลี (Bali) ผลลัพธ์ชี้ชัดหรือไม่ว่าประเทศไทยเหนือกว่า?

บทความนี้จะสรุปคำตอบทั้งหมด ด้วยข้อมูลจากแหล่งอ้างอิงสากล:

Knight Frank, Savills, C9 Hotelworks, UN Tourism, Global Wellness Institute, Moodys Analytics


1) ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์หรูในเอเชีย: ไทยกำลังเข้าสู่ Early Upswing

และเป็น Value Market ที่คุ้มค่าที่สุดในภูมิภาค
 
รายงาน C9 Hotelworks Phuket Luxury Property 2024 ระบุว่ามูลค่าตลาด Luxury Residential ในไทย (นำโดยภูเก็ต กรุงเทพ) อยู่ในระดับสูงกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี และกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องจากดีมานด์ของ UHNW จากยุโรป CIS ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง

เมื่อเทียบราคา Prime Residential (ต่อ ตร.ม.)
 
(อ้างอิง: Knight Frank Wealth Report 2024)

ประเทศ  ราคาเฉลี่ยต่อตร.ม.  หมายเหตุ
ฮ่องกง USD 45,000 สูงที่สุดในโลก
สิงคโปร์ USD 28,000 - 30,000 ควบคุมด้วย Cooling Measures
บาหลี USD 10,000 - 12,000 ไม่ใช่ Freehold ทั้งหมด
ไทย USD 6,000 - 9,000 ถูกกว่า SG ~70%, HK ~80%

 

ไทยเป็นประเทศเดียวที่ให้ Luxury Lifestyle + Underpriced Market พร้อมกัน


2) Market Cycle Comparison

ไทย, สิงคโปร์, ฮ่องกง, บาหลี: ตอนนี้ใครอยู่ช่วงไหนของวัฏจักร?

ข้อมูลจาก Knight Frank Asia Pacific 2024 และ Savills APAC Cross-Border Investment Report สรุปดังนี้:

มิติการเปรียบเทียบ  Thailand  Singapore  Hong Kong  Bali

ตำแหน่งในวัฏจักรตลาด

ช่วงต้นของการฟื้นตัว / ราคาต่ำ

จุดสูงสุดของวัฏจักร / กฎระเบียบเข้มงวด  ช่วงถดถอย / การฟื้นตัวช้า ช่วงกลางวัฏจักร / ผลตอบแทนค่าเช่าสูง

 

ศักยภาพการเติบโต

 (1-5)

 5 (สูงสุด)  1 (จำกัด)  2 (โอกาสฟื้นตัว)  4 (สูง)

 

ความเสี่ยงเชิงนโยบาย

 (1-5)

 2 (ความเสี่ยงต่ำ-ปานกลาง)

 

1 (ความเสี่ยงสูงสุด ABSD 60%)

 3 (ความเสี่ยงปานกลาง)  2 (ความเสี่ยงสูง)

ผลตอบแทนจากการเช่า

(Yield)

 4–8% (สมดุล)  2–3% (ต่ำ)  ต่ำ  8–12% (สูงสุด, แต่เป็นไปตามฤดูกาล)

ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก

(สรุป)

การเติบโตของประชากร, วีซ่าพำนักระยะยาว, การท่องเที่ยวเติบโตสูง, มูลค่าที่ดีที่สุด

ภาษี ABSD สูง, ตลาดเก็งกำไรแข็งแกร่ง, ศูนย์กลางความมั่งคั่ง  การปรับฐานราคา, ความเชื่อมั่น อ่อนแอ, สภาพคล่องสูง

ความต้องการเช่าสูง, การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว แข็งแกร่ง, เน้นไลฟ์สไตล์



3) ภาษีค่าธรรมเนียมการถือครอง: ไทย Friendly กว่า อย่างมีนัยสำคัญ

ภาษีซื้อขายและถือครอง

(อ้างอิง: Savills APAC Tax Guide)

ค่าใช้จ่ายด้านภาษีและการถือครองของไทย = เป็นมิตรกับนักลงทุนที่สุดใน 4 ประเทศ



4) Yield และศักยภาพการปล่อยเช่า
 
ไทยแข่งขันได้มากที่สุด เมื่อถ่วงด้วยความเสี่ยง

(อ้างอิง: C9 Hotelworks, Knight Frank Thailand, AirDNA)

จุดแข็งของไทย:
  • Demand มาจากทั้ง นักท่องเที่ยว + Long-Stay + Expat Local
  • จุดหมายปลายทาง Wellness & Medical อันดับ 1 เอเชีย (Global Wellness Institute)
  • Non-seasonal yield ในแหล่งสำคัญ เช่น ภูเก็ต / กรุงเทพ / หัวหิน


 5) ไทย เทียบ ดูไบ: เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ VS ความผันผวนสูง

แม้ว่าดูไบจะไม่ใช่คู่แข่งโดยตรงของประเทศไทยในด้านไลฟ์สไตล์ แต่การอ้างอิงถึงตลาดดูไบจะช่วยให้เห็นภาพลักษณะสำคัญของตลาดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

 ดูไบ High Speed + High Volatility
 
(อ้างอิง: Knight Frank Middle East 2024)

  • Supply เพิ่มขึ้นต่อเนื่องแบบไม่จำกัด
  • ราคาปรับตัวอย่างรวดเร็วและผันผวนสูง
  • ความเสี่ยง Oversupply Cycle เกิดขึ้นซ้ำ ๆ

 ไทย Stable + Lifestyle-Driven
  • Supply จำกัดตามข้อจำกัดด้านที่ดิน
  • ราคาขึ้นสม่ำเสมอไม่ผันผวน
  •  อุปสงค์มาจากปัจจัยการอยู่อาศัยจริง (Liveability) มากกว่าการเก็งกำไร และตลาดเติบโตแบบสมดุล (Balanced Growth)



6) Macro Drivers: ปัจจัยที่ผลักดันให้ไทยเป็น Luxury Hub ของภูมิภาค

(อ้างอิง: UN Tourism, Global Wellness Institute, BOI, C9 Hotelworks)

     1) Tourism Super-Recovery
  • ไทยกลับมาที่ 106 - 112% ของ Pre-COVID
  • ภูเก็ตติด Top 5 Leisure Destination ของโลก
 
     2) Medical & Wellness Hub อันดับ 1 ของเอเชีย: รพ.ไทย 4 แห่งติดอันดับโลก   
  • Bumrungrad เป็นโรงพยาบาลเอกชนระดับชั้นนำของไทย
  • รพ.ศิริราช (Siriraj) เป็นโรงพยาบาลรัฐระดับมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุด
  • Samitivej เป็นหนึ่งในโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของกรุงเทพฯ
  • Bangkok Hospital เป็นหนึ่งในเอกชนใหญ่ที่ให้บริการครอบคลุม มีศักยภาพในการรับผู้ป่วยทั้งในและต่างประเทศ
  • ผู้ป่วยต่างชาติ 4 ล้านคนต่อปี (GWI)
โรงพยาบาลเหล่านี้ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล (เช่น JCI) และผ่านการประเมินโดยองค์กรระดับโลก (Newsweek / Statista) ทำให้ได้อันดับระดับโลกจริง ๆ
   
 ข้อควรระวังและเงื่อนไข
  • แม้ ติดอันดับโลก แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกแผนกหรือทุกการรักษาเหมาะกับทุกคน ควรดูความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และภาษาที่สะดวก
  • บางครั้ง top ranking มาจากเกณฑ์เฉพาะ เช่น service quality, patient satisfaction, PROMs ไม่ใช่ measure เดียวกับ ผลลัพธ์ทางการแพทย์ เสมอไป
     3) Long-Stay Migration
  • LTR Visa
  • Digital Nomad Movement
  • ผู้เกษียณ UHNWI ย้ายจากฮ่องกง / ยุโรป

     4) ค่าเงินบาทอ่อน = ราคาถูกสำหรับชาวต่างชาติ
  • ค่าเงินเป็นปัจจัยดึงดูดการซื้อระยะ 12 - 24 เดือนนี้



7) Which Market Fits You?
 
คู่มือเลือกประเทศแบบนักลงทุน (Condensed Investor Guide)

ผลสรุป: ประเทศไทย = Best Overall Return + Value + Lifestyle ของเอเชีย

 
8) Risks & Considerations (Balanced View)

  ความเสี่ยงของไทย
  • ความชัดเจนด้านกฎหมายโรงแรม/ปล่อยเช่า
  • Foreign Quota จำกัด 49% (คอนโด)
  • ค่าเงินบาทผันผวน
  • เศรษฐกิจขึ้นกับภาคท่องเที่ยว

 จุดที่ทำให้ไทยยังแข็งแรงแม้มีความเสี่ยง
  • Demand Base กระจายตัว (Wellness, Medical, Long-Stay)
  • Supply จำกัดที่สุดในภูมิภาค
  • Lifestyle Advantage สูงกว่าทุกประเทศคู่เทียบ

 สรุป: ทำไมไทยจึงชนะประเทศคู่เทียบในทุกมิติที่นักลงทุนมองหา
  • เติบโตเร็วกว่า (Early Upswing)
  • ถูกกว่าอย่างมีนัย (Underpriced Luxury)
  • ปล่อยเช่าได้จริง + Yield แข่งขันได้
  • ค่าครองชีพต่ำแต่คุณภาพชีวิตสูง
  • Lifestyle Hub อันดับ 1 ของเอเชีย
  • ความเสี่ยงด้าน Supply ต่ำที่สุดในภูมิภาค


ประเทศไทยจึงไม่ใช่ ตัวเลือกที่ดี แต่เป็น "ตัวเลือกที่ดีที่สุด" สำหรับนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์หรูในช่วง 2024 - 2030

Lux Property Tax Strategy2025/อสังหาไทยวางแผนภาษีเพิ่มNR 25%  

 

คำเตือน: บทความนี้เป็นข้อมูลวิเคราะห์และเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการลงทุนหรือภาษีเฉพาะบุคคล ข้อมูลอ้างอิงจากแหล่งภายนอกและอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนการตัดสินใจลงทุนเสมอ 


 หากคุณต้องการข้อมูลโครงการจริง ตัวเลข Yield ล่าสุด และแบบจำลองการลงทุน (Investment Model) ของตลาดหรูไทยที่ผ่านการคัดกรองแล้ว (Independent Screening)

ทีม Angie Phuket Residences สามารถช่วยให้คุณเข้าถึงข้อมูลจริงของตลาดภูเก็ตและกรุงเทพฯได้อย่างรอบด้าน


 ติดต่อทีมที่ปรึกษา: Angie Phuket Residences Independent Luxury Investment Screening


บทความที่เกี่ยวข้อง
Liquidity & Exit Strategy: ปัจจัยลับอสังหาฯ กำหนด IRR 2025
เจาะลึก Liquidity Risk และ Exit Strategy ในตลาดอสังหาฯ ภูเก็ต พร้อมช้อมูลการประเมิน DOM, IRR และ Top 5 โซนสภาพคล่องสูงมากที่่สุดของภูเก็ต 2025
12 พ.ย. 2025
บทวิเคราะห์กลยุทธ์คอนโดหรูแบบจำลองเพื่อหาผลตอบแทนที่แท้จริง
เจาะลึกการเปรียบเทียบโครงการลักชัวรี่สุดหรูใน Phuket ด้วย TIR Modeling สำหรับ Risk Adjusted Returns 10 ปี สำหรับ HNWIs IRR 17.2%
27 ต.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy