แชร์

อสังหาฯ ไทย อยู่ตรงไหนในพอร์ตการลงทุนระดับโลก?

อัพเดทล่าสุด: 8 มิ.ย. 2026
33 ผู้เข้าชม
How Thailand Fits Into a Global Property Portfolio

อสังหาริมทรัพย์ไทยควรอยู่ตรงไหนในพอร์ตการลงทุนระดับโลก?

มุมมองการจัดสรรสินทรัพย์สำหรับนักลงทุนรายใหญ่ (HNWIs และ Family Offices)

ในโลกของการลงทุนระดับสถาบัน คำถามสำคัญไม่ใช่

“ควรซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือไม่”

แต่คือ

“อสังหาริมทรัพย์ควรมีสัดส่วนเท่าใดในพอร์ตทั้งหมด”

และภายในสัดส่วนนั้น

“ประเทศไทยควรอยู่ตรงไหน”

ในช่วงปี 2025–2030 นักลงทุนทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเงินเฟ้อเชิงโครงสร้าง ความผันผวนของตลาดทุน อัตราดอกเบี้ยที่ไม่แน่นอน รวมถึงความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ

ภายใต้บริบทดังกล่าว อสังหาริมทรัพย์ไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และภูเก็ต เริ่มถูกพิจารณาในฐานะส่วนหนึ่งของการจัดสรรสินทรัพย์ระดับโลก (Global Portfolio Allocation) มากกว่าการเป็นเพียงสินทรัพย์เพื่อพักผ่อนหรือการเก็งกำไรระยะสั้น

จาก 60/40 Portfolio สู่ Multi-Asset Allocation
เป็นเวลาหลายทศวรรษที่นักลงทุนใช้โมเดล
  • 60% หุ้น
  • 40% พันธบัตร
เป็นแกนหลักของพอร์ตการลงทุน

อย่างไรก็ตาม หลังปี 2022 นักลงทุนจำนวนมากพบว่าหุ้นและพันธบัตรสามารถปรับตัวลงพร้อมกันได้ ทำให้ประสิทธิภาพของการกระจายความเสี่ยงลดลง

ผลลัพธ์คือ สถาบันการลงทุนและ Family Offices ทั่วโลกเริ่มเพิ่มน้ำหนักไปยังสินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Assets) เช่น
  • Private Equity
  • Infrastructure
  • Private Credit
  • Real Assets
  • Real Estate

เพื่อสร้างพอร์ตที่มีความยืดหยุ่นและทนทานต่อวัฏจักรเศรษฐกิจมากขึ้น

อสังหาริมทรัพย์มีบทบาทอย่างไรในพอร์ตระดับโลก?

สำหรับนักลงทุนระดับสูง อสังหาริมทรัพย์ไม่ได้มีบทบาทเพียงการสร้างรายได้ค่าเช่า แต่ยังทำหน้าที่สำคัญใน 4 มิติ

1. Defensive Yield
สร้างกระแสเงินสดจากค่าเช่าในระดับที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ และมักมีความผันผวนน้อยกว่าตลาดหุ้น

2. Inflation Hedge
มูลค่าอสังหาริมทรัพย์และค่าเช่ามักปรับตัวตามเงินเฟ้อ ต้นทุนก่อสร้าง และราคาที่ดินในระยะยาว

3. Portfolio Diversification
อสังหาริมทรัพย์มีความสัมพันธ์กับตลาดทุนต่ำกว่าสินทรัพย์ทางการเงินหลายประเภท จึงช่วยลดความผันผวนโดยรวมของพอร์ต

4. Wealth Preservation
สำหรับผู้มีความมั่งคั่งสูง เป้าหมายสำคัญไม่ใช่ผลตอบแทนสูงสุดเสมอไป แต่คือการรักษาและส่งต่อความมั่งคั่งในระยะยาว

นักลงทุนสถาบันถืออสังหาริมทรัพย์กี่เปอร์เซ็นต์?

จากรายงานและแบบจำลองการลงทุนของสถาบันชั้นนำทั่วโลก สัดส่วนอสังหาริมทรัพย์มักอยู่ในช่วงประมาณ
10–20% ของพอร์ตโดยรวม



ด้วยโครงสร้างพอร์ตระดับสากลดังกล่าว คำถามที่น่าสนใจสำหรับ Family Offices จึงไม่ใช่เพียงแค่ “ควรถืออสังหาริมทรัพย์หรือไม่” แต่คือ “ประเทศไทยควรมีสัดส่วนเท่าใดภายในพอร์ตอสังหาริมทรัพย์นั้น” เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการกระจายความเสี่ยงและการสร้างผลตอบแทน

ประเทศไทยในฐานะ Defensive Yield Market

เมื่อเปรียบเทียบกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก

ตลาด ประเภทสินทรัพย์

ผลตอบแทนสุทธิโดยประมาณ (Yield) 

สิงคโปร์ Prime Residential 2–3%
ลอนดอน Prime Residential 2–4%
นิวยอร์ก Prime Residential 2–4%
ดูไบ Prime Residential / Luxury Residential 5–7%
กรุงเทพฯ Prime Residential 4–6%
ภูเก็ต Luxury Branded Residences & Lifestyle Assets 4–8%

 

หมายเหตุ: ช่วงผลตอบแทนข้างต้นเป็นข้อมูลเชิงประมาณการเพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเชิงแนวคิดเท่านั้น ทั้งนี้ ผลตอบแทนที่แท้จริงอาจแตกต่างกันตามลักษณะสินทรัพย์ ทำเลที่ตั้ง โครงสร้างการบริหารจัดการ และสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา


ประเทศไทยจึงอยู่ในตำแหน่งที่น่าสนใจ เพราะยังสามารถสร้างผลตอบแทนจากการถือครองได้ในระดับที่แข่งขันได้ ขณะที่ต้นทุนการเข้าลงทุนยังต่ำกว่าหลายเมืองหลักของโลก

หมายเหตุ: ผลตอบแทนข้างต้นเป็นข้อมูลเชิงอ้างอิงจากรายงานตลาดอสังหาริมทรัพย์และการวิเคราะห์อุตสาหกรรม โดยประเภทสินทรัพย์ในแต่ละเมืองอาจมีลักษณะแตกต่างกัน ทั้งนี้ ผลตอบแทนที่แท้จริงขึ้นอยู่กับทำเล คุณภาพโครงการ รูปแบบการบริหาร และสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา

ความมั่นคงด้านกรรมสิทธิ์มีผลต่อการตัดสินใจลงทุนอย่างไร?

สำหรับนักลงทุนต่างชาติ การตัดสินใจลงทุนไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความชัดเจนด้านสิทธิการถือครอง

ประเทศไทยมีโครงสร้างที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติหลายกลุ่ม ได้แก่

Foreign Freehold Condominium

การถือกรรมสิทธิ์ขาดในห้องชุดภายใต้กรอบกฎหมายไทย

Institutional-Grade Leasehold Structures

โดยเฉพาะโครงการ Branded Residences ที่ดำเนินงานภายใต้แบรนด์โรงแรมและผู้พัฒนาระดับนานาชาติ

สำหรับนักลงทุนจำนวนมาก ความมั่นคงด้านกรรมสิทธิ์มีความสำคัญไม่แพ้ระดับผลตอบแทนจากการลงทุน


มากกว่าอสังหาริมทรัพย์: การกระจายความเสี่ยงด้านสกุลเงิน

นักลงทุนระดับโลกจำนวนมากไม่ได้มองอสังหาริมทรัพย์ไทยเพียงในฐานะสินทรัพย์สร้างรายได้

แต่ยังมองว่าเป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงด้านสกุลเงิน

สำหรับนักลงทุนจากประเทศที่เผชิญความผันผวนทางเศรษฐกิจหรือเงินเฟ้อสูง การถือครองสินทรัพย์จริงในประเทศไทยอาจมีบทบาทในด้าน
  • Currency Diversification
  • Regional Wealth Preservation
  • Capital Relocation Strategy

ภายในพอร์ตการลงทุนระดับโลก

กรุงเทพฯ และภูเก็ต: สองบทบาทที่แตกต่างกัน

 กรุงเทพฯ

มีลักษณะใกล้เคียงกับ Core Asset

จุดเด่นคือ
  • ศูนย์กลางเศรษฐกิจ
  • ความต้องการระยะยาว
  • สภาพคล่องสูงกว่า

เหมาะสำหรับการรักษาเงินต้นและความมั่นคงของพอร์ต

 ภูเก็ต

มีบทบาทใกล้เคียงกับ Lifestyle & Yield Asset

จุดแข็งประกอบด้วย

  • ความต้องการจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก
  • ตลาด Long-Stay
  • Wellness Economy
  • Branded Residences
  • ผู้ซื้อจากหลากหลายประเทศ

อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ที่เราเห็นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนของภูเก็ต สินทรัพย์แต่ละประเภทไม่ได้ถูกมองในลักษณะเดียวกันโดยนักลงทุนต่างชาติ

แม้ว่าภูเก็ตจะถูกมองว่าเป็นตลาดที่ผสมผสานระหว่างคุณภาพชีวิตและผลตอบแทนจากการถือครอง แต่สภาพคล่องยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะในตลาดระดับบน

ในทางปฏิบัติ อสังหาริมทรัพย์ที่ไม่มีแบรนด์ระดับสากล ไม่มีเครือข่ายการตลาดระหว่างประเทศ หรือไม่มีตลาดรองที่ชัดเจน อาจใช้เวลาในการขายต่อยาวนานกว่าที่นักลงทุนจำนวนมากคาดคิด

จากประสบการณ์การให้คำปรึกษาแก่ผู้ซื้อชาวยุโรป รัสเซีย สิงคโปร์ และออสเตรเลียในช่วงปีที่ผ่านมา เราพบว่า Yield เป็นเพียงหนึ่งในองค์ประกอบของการตัดสินใจลงทุน นักลงทุนจำนวนมากยังให้ความสำคัญกับคำถามที่ว่า “ถือครองอย่างไร” “ขายต่อให้ใคร” และ “สินทรัพย์นี้จะทำหน้าที่อะไรในพอร์ตการลงทุนโดยรวม” ไม่แพ้การพิจารณาระดับผลตอบแทนที่คาดหวัง

นักลงทุนจำนวนไม่น้อยยินดีรับผลตอบแทนที่ต่ำลงเล็กน้อย หากแลกกับความมั่นใจที่มากขึ้นในด้านความมั่นคงของสิทธิการถือครอง ความสามารถในการโอนกรรมสิทธิ์ และสภาพคล่องของสินทรัพย์ในระยะยาว

Market Intelligence จากตลาดภูเก็ต 2025–2026

แม้ว่ารายงานจากสถาบันวิจัยระดับโลกจะช่วยให้เห็นภาพรวมของตลาด แต่การตัดสินใจลงทุนจริงมักเกิดขึ้นจากปัจจัยที่ละเอียดกว่านั้น

จากการติดตามพฤติกรรมของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติในตลาดภูเก็ตช่วงปี 2025–2026 สะท้อนให้เห็นว่า เม็ดเงินลงทุนส่วนใหญ่ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนตัวเลขสูงสุดเพียงอย่างเดียว...

แต่ให้ความสำคัญกับ
  • Ownership Structure
  • Legal Clarity
  • Liquidity
  • Lifestyle Utility
  • Wealth Preservation

แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับแนวโน้มของนักลงทุนระดับโลกที่เริ่มมองอสังหาริมทรัพย์เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์บริหารความมั่งคั่ง มากกว่าการเป็นเพียงสินทรัพย์สร้างรายได้

กรณีศึกษา: การวิเคราะห์การลงทุนสำหรับลูกค้าต่างชาติ

ตัวอย่างต่อไปนี้อ้างอิงจากการวิเคราะห์จริงที่จัดทำให้ลูกค้าต่างชาติ โดยมีการปรับรายละเอียดบางส่วนเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว

โครงการ Branded Residence ในภูเก็ต
  • 2 ห้องนอน
  • พื้นที่ประมาณ 145 ตารางเมตร
  • รูปแบบกรรมสิทธิ์ Freehold
  • ราคาเปิดขายช่วงเริ่มต้นประมาณ 30 ล้านบาท
สิทธิประโยชน์ประกอบด้วย
  • สิทธิพักอาศัยสูงสุด 45 คืนต่อปี
  • สิทธิแลกเปลี่ยนการเข้าพักในเครือโรงแรมต่างประเทศ
  • สิทธิสมาชิกระดับพรีเมียม
  • สิทธิประโยชน์ด้านการพำนักระยะยาวตามเงื่อนไขโครงการ
สิ่งที่น่าสนใจคือ ลูกค้ารายนี้ไม่ได้เลือกสินทรัพย์ดังกล่าวเพราะผลตอบแทนค่าเช่าสูงที่สุด

แต่เลือกจากการพิจารณาร่วมกันของ
  • คุณภาพสินทรัพย์
  • โครงสร้างกรรมสิทธิ์
  • ศักยภาพการขายต่อ
  • การใช้ประโยชน์จริงของครอบครัว
  • บทบาทของสินทรัพย์ภายในพอร์ตการลงทุนโดยรวม
สภาพคล่องสำคัญกว่าผลตอบแทน
อสังหาริมทรัพย์มีสภาพคล่องต่ำกว่าหุ้นและกองทุนรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่

“ขายได้หรือไม่”

แต่คือ

“ขายให้ใคร”

ในตลาดระดับบน สินทรัพย์ประเภท
  • Branded Residences
  • Prime Bangkok Residential
  • Ultra-Luxury Phuket Properties

มักมีตลาดรองที่แข็งแรงกว่าอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายผู้ซื้อระดับนานาชาติ

การวางแผนภาษีและการส่งต่อความมั่งคั่ง

สำหรับผู้มีความมั่งคั่งสูง เป้าหมายมักเปลี่ยนจากการสร้างผลตอบแทนไปสู่การรักษาและส่งต่อทรัพย์สิน

ประเทศไทยมีโครงสร้างภาษีที่แตกต่างจากหลายประเทศพัฒนาแล้วในหลายมิติ

อย่างไรก็ตาม ประเด็นด้านภาษีระหว่างประเทศมีความซับซ้อนและขึ้นอยู่กับสถานะทางภาษีของผู้ลงทุนแต่ละราย จึงควรได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีและกฎหมายก่อนตัดสินใจลงทุน


เป้าหมายไม่ใช่ผลตอบแทนสูงสุด
นักลงทุนรายย่อยมักถามว่า

“โครงการนี้ให้ผลตอบแทนกี่เปอร์เซ็นต์?”

แต่นักลงทุนระดับสถาบันมักถามว่า

“สินทรัพย์นี้ช่วยให้พอร์ตโดยรวมแข็งแรงขึ้นหรือไม่?”

นี่คือความแตกต่างระหว่าง Asset Selection และ Portfolio Construction


บทสรุป
สำหรับนักลงทุนระดับโลก อสังหาริมทรัพย์ไทยไม่ควรถูกมองเป็นการลงทุนเดี่ยว

แต่ควรถูกมองเป็นส่วนหนึ่งของการจัดสรรสินทรัพย์ระดับโลก

ที่ช่วยสร้าง
  • กระแสเงินสด
  • การป้องกันเงินเฟ้อ
  • การกระจายความเสี่ยง
  • คุณภาพชีวิต
  • การรักษาความมั่งคั่งระยะยาว

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่

“ประเทศไทยให้ผลตอบแทนสูงที่สุดหรือไม่”

แต่คือ

“อสังหาริมทรัพย์ไทยช่วยให้พอร์ตการลงทุนโดยรวมแข็งแรงขึ้นหรือไม่”

และสำหรับนักลงทุนจำนวนมาก นั่นคือเหตุผลที่ประเทศไทยยังคงได้รับการพิจารณาให้เป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุนระดับโลกในระยะยาว

Private Asset Consultation
หากคุณหรือ Family Office ของคุณกำลังพิจารณาจัดสรรอสังหาริมทรัพย์ระดับ Institutional-Grade ในกรุงเทพฯ หรือภูเก็ตให้เป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุนระยะยาว

ทีมงาน Angie Phuket Residences พร้อมร่วมวิเคราะห์โครงสร้างการลงทุน เปรียบเทียบทางเลือกด้านกรรมสิทธิ์ ประเมินความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง และจัดทำแบบจำลองผลตอบแทนเบื้องต้นร่วมกับที่ปรึกษาทางการเงินหรือทีม Family Office ของคุณ

การสนทนาทุกครั้งเป็นไปในลักษณะส่วนตัวและเป็นความลับ เพื่อช่วยให้การตัดสินใจลงทุนสอดคล้องกับเป้าหมายด้านความมั่งคั่งในระยะยาว


   นัดหมายเพื่อพูดคุยเชิงกลยุทธ์กับทีม Advisor ของเรา

แหล่งอ้างอิง (References)

  • CFA Institute
  • Yale Investments Office
  • UBS Global Family Office Report 2025
  • J.P. Morgan Asset Management
  • BlackRock
  • Knight Frank
  • Savills
  • MSCI
  • National Council of Real Estate Investment Fiduciaries (NCREIF)

Additional Market Intelligence

บทวิเคราะห์บางส่วนในบทความนี้อ้างอิงจากประสบการณ์การให้คำปรึกษา การวิเคราะห์การลงทุน และการสังเกตพฤติกรรมผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ต่างชาติในตลาดภูเก็ตของทีม Angie Phuket Residences ในช่วงปี 2025–2026

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านข้อมูลและมุมมองทางการลงทุนเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุน ภาษี หรือกฎหมาย ผู้ลงทุนควรขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจลงทุน



บทความที่เกี่ยวข้อง
Post-Purchase Reality: Who Manages Your Asset?
ตีแผ่ความจริงหลังโอนและกลยุทธ์ Asset Management วิเคราะห์ความต่างของรายได้จริง (NOI) และการรักษามูลค่าทรัพย์สินระยะยาวสำหรับนักลงทุนอสังหาฯ
8 ม.ค. 2026
สปาลดอายุ (Anti-aging Spa) คือความลับแห่งความอ่อนเยาว์
ที่หาดบางเทา เชิงทะเลภูเก็ต คือจุดหมายด้าน Wellness ระดับโลก และได้กลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลาง Wellness & Spa ที่มีชื่อเสียงที่สุดในเอเชีย
20 ก.ย. 2025
ไทยคือการลงทุนอสังหาฯ หรูที่ดีที่สุดในเอเชีย? (2026–2030)
ไทยคือตลาดหรูที่น่าลงทุนที่สุดในเอเชีย? เทียบ Price Entry, ROI, ความเสี่ยง และ Lifestyle Ecosystem 6 มิติ ก่อนตัดสินใจลงทุนปี 2026
26 พ.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy