Branded Residences Thailand 2025: เจาะลึกการลงทุนระดับโลก

Global Capital Shift สู่ประเทศไทย
ประเทศไทยในตลาด Branded Residences โลก
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Branded Residences Global Investment Series — กรอบงานวิจัยหลายตอนที่วิเคราะห์โครงสร้าง ความเสี่ยง ผลตอบแทน และกลยุทธ์ออกจากการลงทุนในตลาดที่อยู่อาศัยแบรนด์ระดับโลก→ (อ่าน ตอนที่ 1 Branded วิเคราะห์มูลค่าการลงทุนอสังหาฯ, ความเสี่ยงที่ต้องรู้)
ในช่วงปี 2024–2025 ตลาด Branded Residences ทั่วโลกเข้าสู่ช่วง Market Maturity อย่างชัดเจน
จากรายงานวิจัยอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก อาทิ Knight Frank, Savills และ C9 Hotelworks ระบุว่า
ประเทศไทยติดอันดับ Top 4 ของโลก
ในด้านจำนวนโครงการ Branded Residences (รวมทั้งโครงการที่เปิดขายแล้วและอยู่ระหว่างพัฒนา Live + Pipeline)
โดยอยู่ในกลุ่มเดียวกับ สหรัฐอเมริกา, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และเม็กซิโก
Graphic 1: Top 4 Globally in Branded Residences (2025)
ประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียง "อันดับ" แต่คือการยืนยันว่า:
- ประเทศไทย ไม่ใช่ตลาดทางเลือก (Alternative Market) อีกต่อไป
- แต่เป็น Mainstream Global Market สำหรับสินทรัพย์หรูที่มีแบรนด์กำกับ
- มี Liquidity และ Secondary Market ที่เริ่มทำงานจริง
- เหนือกว่าหลายตลาดเกิดใหม่ เช่น เวียดนาม หรืออินโดนีเซีย ซึ่งยังอยู่ในช่วง Early Stage
สำหรับนักลงทุน นี่สะท้อนถึง Market Maturity, ฐานผู้ซื้อหลากหลาย และความสามารถในการ Exit ที่ชัดเจนกว่า
Graphic 2: Resale Premium 40–80%

ข้อมูลประมาณการจากตลาดและเกณฑ์นายหน้าระดับสากล เป็นค่าชี้วัดเชิงเปรียบเทียบ
- สิ่งที่ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็น
- ทำไมจึงสำคัญ
- ข้อควรระวังในการตีความข้อมูล
ไม่ใช่ทุกโครงการที่ติดแบรนด์จะมี Resale Premium เท่ากัน คุณภาพแบรนด์ ระบบบริหาร และฐานผู้ซื้อจริงในตลาดรองยังคงเป็นตัวแปรหลัก
การบริหารสินทรัพย์ / โปรแกรมปล่อยเช่า
เพื่อความมั่นคงของรายได้ในช่วงถือครอง โครงสร้างเบื้องหลังของโปรแกรมรับประกันผลตอบแทน มักสำคัญกว่าตัวเลขผลตอบแทนบนปก (headline yield) → เจาะลึก: กลยุทธ์รับประกันผลตอบแทนสำหรับ Branded Residences
ขณะที่โครงสร้างการบริหารแบบโรงแรมช่วยสร้างผลตอบแทน (Yield) ที่เป็นมืออาชีพและปรับตามความเสี่ยงในช่วงการถือครอง
ทำให้ Branded Residences ในประเทศไทยเป็นมากกว่าสินทรัพย์เพื่อไลฟ์สไตล์ แต่เป็นการลงทุนระดับโลกที่ให้รายได้สม่ำเสมอ
ทฤษฎีช่องว่างราคา: โอกาสทำกำไรแบบ Global Arbitrage
ตรรกะการทำกำไรจากความต่างราคาระดับโลกเดียวกันนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประเทศไทย
→ Asia Arbitrage Case Study: ทำไม MUWA Niseko ประเทศญี่ปุ่น จึงเป็นตัวเติมเต็มพอร์ตลงทุนในเอเชียของคุณ
หัวใจของการวิเคราะห์เชิง Macro อยู่ที่คำถามเดียว: สินทรัพย์ระดับโลก ถูกตั้งราคาอย่างไรในแต่ละประเทศ?
Graphic 3 : Price Gap (USD/sqm Comparison)

ประมาณการตลาดจากข้อมูลสาธารณะและเกณฑ์เปรียบเทียบระดับสากล
ตัวเลขราคาเป็นค่าอ้างอิงโดยประมาณ
ตารางเปรียบเทียบราคา Branded Residences ระดับเดียวกัน (USD/sqm)
| เมือง | ราคาเฉลี่ย (USD/sqm) | หมายเหตุ |
| Miami | 25,000–40,000 | Waterfront / Iconic Brands |
| Dubai | 22,000–38,000 | Ultra-luxury, Global Safe Haven |
| Singapore | 28,000–45,000 | Supply จำกัด, ภาษีสูง |
| Bangkok | 6,000–10,000 | Global Brand Entry Price ต่ำ |
| Phuket | 7,000–12,000 | Resort + Lifestyle-led Demand |
- สิ่งที่ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็น
- ทำไมจึงสำคัญ
- ข้อควรระวังในการตีความข้อมูล
ข้อควรตีความอย่างระมัดระวัง:
ราคาที่ต่ำกว่า ไม่ใช่ การรับประกันกำไรแต่คือ "โอกาสที่ยังเปิดอยู่" หาก
- ทำเลถูกต้อง
- โครงสร้างสัญญาชัดเจน
- Yield Program ตรวจสอบได้
- และมี Secondary Demand จริง
นักลงทุนมืออาชีพใช้หลักคิดแบบนี้ในการตัดสินใจ
พวกเขาไม่ได้ถามว่า “โครงการนี้ดีไหม” แต่จะถามว่า:
• ทางออก (Exit) ชัดเจนหรือไม่
• สภาพคล่อง (Liquidity) แข็งแรงแค่ไหน
• ความเสี่ยงขาลง (Downside) ถูกควบคุมไว้หรือยัง
หากคุณกำลังประเมินการลงทุนในภูเก็ตอย่างจริงจัง
การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้วยกรอบคิดที่เป็นระบบจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้มั่นใจขึ้น
→ ขอรับคำปรึกษาด้านการลงทุนแบบส่วนตัว
ในโลกที่มีความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์สูง เงินทุนระดับโลกไม่ได้ไหลเข้าสู่ประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงฝ่ายเดียว
ประเทศไทยถูกมองว่าเป็น Neutral Ground ที่เงินทุนจากยุโรป รัสเซีย จีน และตะวันออกกลาง สามารถเข้ามา
เปรียบเทียบโครงสร้างกรรมสิทธิ์
| ประเทศ / ภูมิภาค | รูปแบบกรรมสิทธิ์ | ความมั่นคง |
| Thailand | Freehold Condominium | |
| Bali | Leasehold | |
| Vietnam | Limited foreign quota | |
| UAE | Freehold zones | |
| Singapore | Freehold / Leasehold | (ราคาสูงมาก) |
สำหรับนักลงทุนระยะยาว ความแตกต่างนี้ส่งผลโดยตรงต่อ:
- Exit Value
- Transferability
- ความมั่นคงในการถือครองข้ามรุ่น
แบรนด์ไม่ใช่เพียง "โลโก้" แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบชีวิต การดูแลสุขภาพ และการอยู่อาศัยระยะยาว
ต้นทุนธุรกรรมและประสิทธิภาพด้านภาษี
นอกเหนือจากโครงสร้างกรรมสิทธิ์แล้ว
ต้นทุนในการเข้าซื้อ (Entry Costs) เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อ ประสิทธิภาพในการใช้เงินลงทุน (Capital Efficiency)
ต้นทุนธุรกรรมของประเทศไทย ทั้งในส่วนของ ค่าธรรมเนียมการโอนและภาษี ยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับตลาดอย่างสิงคโปร์ ซึ่งมีการเรียกเก็บ Additional Buyers Stamp Duty (ABSD) ที่เพิ่มภาระต้นทุนในการเข้าซื้อสำหรับนักลงทุนต่างชาติอย่างมาก
Case Study: Phuket–From Tourist Destination to Global Residence
→ เจาะลึก: Ecosystem Effect Value – ทำไม อสังหาฯ ภูเก็ต ถึงสร้าง IRR ได้ 17%
- Medical & Wellness Hub ของเอเชีย
- โครงการขยายสนามบินนานาชาติภูเก็ต (Phase 2)
- ️การอยู่อาศัยระยะยาวของ High Net Worth Nomads
Capital Source Mapping: ใครคือผู้ซื้อจริง?
ตลาด Branded Residences ไทยถูกขับเคลื่อนโดยเงินทุนหลายแหล่ง
ด้วยแรงจูงใจที่แตกต่างกัน
| แหล่งเงินทุน | แรงจูงใจหลัก |
| Europe | Wealth Preservation + Lifestyle |
| Russia / CIS | Safe Haven + Diversification |
| China | Capital Parking + Family Use |
| Middle East | Yield + Brand-driven Asset |
|
Singapore / Hong Kong |
Capital Efficiency + Liquidity |
ความหลากหลายของ Capital Source
- ช่วยลดความเสี่ยงเชิงตลาด และเพิ่มสภาพคล่องในระยะยาว
มุมมองสถาบัน: นักลงทุนมืออาชีพคิดอย่างไร
→ ทบทวน: สภาพคล่องและกลยุทธ์ออกจากการลงทุน (Liquidity & Exit Strategy)
-
นักลงทุนสถาบันมอง Branded Residences ผ่านมุมที่ต่างจากรายย่อย โดยให้ความสำคัญกับ: Secondary Market Liquidity: แบรนด์คือใบเบิกทางในการขายต่อ
จาก Savills Research (2025)
- Branded Residences ในไทยสามารถสร้าง Resale Premium สูงกว่าโครงการทั่วไป 40–80%
- Trust Standard แบรนด์ลดความไม่แน่นอนด้านคุณภาพ
- Global Resale Reach ตลาดขายต่อเป็นสากล
- Inflation Hedge แบรนด์มี Pricing Power สูงกว่า
Risk That Even Branded Cant Fix (Honesty Premium)
เพื่อความโปร่งใส นักลงทุนควรตระหนักว่า:
- Brand แก้ทำเลผิดไม่ได้
- Brand ชดเชย Oversupply ไม่ได้
- Brand ไม่รับประกัน Yield หากไม่ระบุในสัญญา
- FX Risk และ Political Risk ยังมีอยู่
- Secondary Market ต้องมีผู้ซื้อจริง
Decision Matrix: เปลี่ยนบทความเป็นเครื่องมือ
| เป้าหมาย | Thailand Branded Residences |
| Long-term IRR | |
| Capital Preservation | |
| Liquidity | |
| Lifestyle Utility | |
| Institutional Grade |
Global Branded Residences: ภาพรวมเชิงสถิติ (Live + Pipeline)
จาก Knight Frank Global Branded Residence Survey
- มากกว่า 1,000 โครงการทั่วโลก
- กระจายในกว่า 80 ประเทศ
โครงสร้างตลาดตามประเภทโครงการ
| ประเภท | สัดส่วน |
| Hotel-linked | ~80–82% |
| Standalone Branded | ~18–20% |
| Non–Hotel Brand | ~15–20% (เติบโตใน Pipeline) |
ข้อควรตีความ:
- สถิติระดับโลกสะท้อน "ทิศทางตลาด"
- ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทนของโครงการใดโครงการหนึ่ง
คำชี้แจงความเป็นกลาง (Neutrality Statement)
มิได้เป็นคำแนะนำในการลงทุน หรือการเสนอแนะให้ซื้อหรือขายสินทรัพย์ใดโดยเฉพาะผู้อ่านควรศึกษาข้อมูล
เนื้อหาด้านล่างนี้สนับสนุนการตัดสินใจลงทุนเชิงกลยุทธ์
References
- Knight Frank – The Global Branded Residence Survey 2025
- C9 Hotelworks – Asia Branded Residences Market Review 2025
- Knight Frank – The Residence Report 2025
- Savills Research – Branded Residences Insights
คุณกำลังพิจารณาการลงทุนอย่างจริงจังอยู่หรือไม่?
หากคุณต้องการมุมมองอิสระจากผู้เชี่ยวชาญ หรือสนใจโอกาสการลงทุนที่ผ่านการคัดกรองแล้วให้สอดคล้องกับเป้าหมายของคุณ
ฉันทำงานร่วมกับนักลงทุนโดยตรงในด้านโครงสร้างการลงทุน การบริหารความเสี่ยง และกลยุทธ์ทางออก
→ ขอรับรายงาน Global Vetting
→ นัดหมายปรึกษาแบบเป็นความลับ
เรามุ่งเน้นโครงสร้างการลงทุน ความเสี่ยง และกลยุทธ์ทางออก — ไม่ใช่การขาย
เพื่อให้คุณได้สินทรัพย์ที่เหมาะสม ในเวลาที่ถูกต้อง และอยู่ภายใต้กรอบการตัดสินใจที่ถูกต้อง


